[Free!] Valentines (50 %)

posted on 14 Feb 2015 15:46 by prehistoric-girl

อารมณ์ไม่ดี...

 

 

ตอนนี้นานาเสะ ฮารุกะกำลังอารมณ์ไม่ดี

 

 

 

“มาโกโตะคุง! ช่วยรับนี่ไปหน่อยนะจ๊ะ”

 

 

“รุ่นพี่มาโกโตะ กรุณารับนี่ไว้ด้วยเถอะค่ะ”

 

 

“เอ่อ..อ่ะ ได้สิ ขอบใจนะ”

 

ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายกลอกขึ้นฟ้าอย่างนึกเบื่อหน่ายสถานการณ์ตรงหน้านี้เสียเหลือเกิน  พ่อหนุ่มเนื้อหอมที่ไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยอย่างมาโกโตะกำลังเผชิญกับหญิงสาวที่มาพร้อมความรักจำนวนมาก  --และช็อกโกแลตอีกนับร้อยกล่อง

 

ร่างสูงทำเพียงยิ้มและกล่าวขอบคุณพวกหล่อนเหล่านั้น  สายตามองมาที่ฮารุกะอย่างขอความช่วยเหลือ  แต่ดวงหน้าขาวก็กลับเมินเฉยปล่อยให้เพื่อนสนิทประสบกับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง  ในที่สุดกล่องของหวานยอดฮิตเหล่านั้นก็บังมาโกโตะจนมิด

 

“ฮ-ฮารุ...”  ชายหนุ่มร้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง  ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะตอบสนองด้วยการขนช็อกโกแลตบางส่วนนั้นลงมาที่โต๊ะของเขาบ้าง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มีอากาศหายใจ

 

มาโกโตะกระพริบตาปริบ  มองท่าทางไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่าย  “หงุดหงิดอะไรมาเหรอฮารุ?”

 

“เปล่า...”

 

เรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน  มาโกโตะไม่ปักใจเชื่อนัก  แต่เจ้าตัวก็ยิ้มให้พลางหยิบกล่องข้าวของตัวเองออกมา

 

“งั้นไปกินข้าวกันไหม พักกลางวันแล้วนี่?”

 

 

“...อือ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันให้”

 

“...เอ๋?”  มาโกโตะมองกล่องข้าวตัวเอง ที่ตอนนี้มีปลาซาบะวางแหมะอยู่  ร่างสูงหันไปมองเจ้าของปลาด้วยความมึนงง “ฮารุ..นี่มัน?”

 

ใบหน้าเล็กไม่ได้มองตอบเขา  ฮารุกะก้มหน้ากินข้าวของตัวเองต่อ  “ก็ให้ไง?”

 

มาโกโตะมองปลาซาบะนั้นอีกครั้ง 

 

“ก็วาเลนไทน์นี่นา....”

 

“ฉันทำช็อกโกแลตไม่เป็นหรอก.... แต่ถ้าเป็นซาบะล่ะก็..”

 

ถ้อยคำขาดห้วง  ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อ  เมื่อร่างสูงหันมากอดรัดเขาแทน  มาโกโตะหัวเราะ

 

“ขอบใจนะฮารุ”

[AU] Abstract (6918 + แอบ D18 เล็กๆ)

posted on 07 Jul 2014 07:38 by prehistoric-girl in FanFiction

 

Pairing : 6918 + แอบ(?) D18 เล็กๆ 

Rate : PG

 

--------------------

 

 

ร่างโปร่งกวาดตามองข้อมูลในชาร์ตที่อยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

 

ประวัติผู้ต้องหาคนล่าสุดของเขายาวเหยียดเต็มแผ่นกระดาษเอสี่  มือบางพลิกไปมาเพื่อที่จะอ่านให้จดจำข้อมูลได้ทุกตัวอักษร

 

 

ผู้ ต้องหาคนนี้มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง - นั่นคือการสะกดจิตผู้อื่นให้ปฏิบัติตามอย่างที่เขาต้องการได้อย่างง่ายดาย และจัดเป็นผู้ที่มีพลังจิตกล้าแข็งอย่างมาก  ความสามารถนี้ถูกค้นพบโดยสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งของอิตาลี  ระบุไว้ว่าเขามีความสามารถคล้ายรัสปูติน  นักบวชชาวรัสเซียผู้ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก

 

 

ในส่วน ท้ายของข้อมูลเป็นประวัติอาชญากรรม  ผู้ต้องหาคนนี้เคยก่อคดีสังหารน้องสาวและน้องชายโดยการเผาบ้านพักจนหล่อน เสียชีวิตคากองเพลิง  รวมทั้งก่อคดีกักขังเพื่อนร่วมงานสามคนจนเกิดอาการทางจิตในลักษณะที่ไม่ อาจกลับมาเป็นเช่นเดิมได้อีกตลอดชีวิต  ในตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม  เขานั่งรออยู่บนเก้าอี้ด้วยอาการสงบนิ่ง หากแต่หัวเราะเบาๆด้วยความรื่นรมย์เป็นระยะๆ

 

 

"โลกใบนี้มันสงบเงียบจนน่าเบื่อ ผมแค่ไม่อยากให้พวกเขาเบื่อก็แค่นั้น"

 

 

นี่คือคำพูดของเขาเมื่อพนักงานสอบสวนถามถึงสาเหตุในการลงมือ.

 

 

 

นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจพรืด รู้สึกขัดใจเล็กน้อยถึงปานกลาง ...มันก็แค่ไอ้คนโรคจิตคนหนึ่ง จะอะไรกันนักกันหนา...

 

นึก อยากจะหยุดอ่าน หากแต่มันคือหน้าที่ที่เขาจะต้องศึกษาประวัติให้ละเอียดเพื่อจะดำเนินการ ขั้นต่อไป เขาจึงไล่อ่านบรรทัดต่อไปอย่างเสียไม่ได้

 

 

 

ผู้ต้องหาที่มีอาการทางจิตจำเป็นต้องมีจิตแพทย์ควบคุม...ดังนั้นจิตแพทย์จึงถูกส่งเข้าไปในเรือนจำเพื่อรักษา

 

 

การ ทดสอบเป็นไปอย่างเรียบร้อย เท่าที่ดูคือผู้ต้องหาคนนี้มีไอคิวอยู่ในเกณฑ์ปกติและเฉลียวฉลาดมากเสียด้วย ซ้ำ ทั้งอีคิวก็ดี  ตอบคำถามทุกคำถามได้ชัดเจน ไม่มีอาการสับสน แถมยังมีแก่ใจมาเล่นมุกตลกโต้ตอบกับจิตแพทย์อีกด้วย  ดูไม่เหมือนคนจิตไม่ปกติสักนิด

 

 

หากคำถามเดียวที่เขา ตอบคลุมเครือก็คงเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น  ..เมื่อได้ยินคำถาม เจ้าตัวจะทำเพียงหัวเราะและพูดประโยคเดิมกับที่พูดไปเมื่อตอนเกิดเหตุ  ไม่นำพาต่อสิ่งรอบกายสักนิด

 

 

"ผมก็แค่กลัวพวกเขาเบื่อ"

 

 

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ก็หยุดอีกครั้ง ปากกาในมือยกขึ้นแตะริมฝีปากสีอ่อนเบาๆอย่างครุ่นคิด

 

 

เท่า ที่ดู ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับสังคม ถึงจะเป็นเด็กกำพร้าแต่ก็อยู่กับน้องๆ ดูเป็นครอบครัวอบอุ่นเสียด้วยซ้ำ  สติปัญญาหรือก็ฉลาดเฉลียวจนแทบจะเรียกได้ว่าอัจฉริยะ  เขาดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปมากเสียจนนึกว่าจับผู้ต้องหามาผิดคน

 

 

แต่ ก็นั่นล่ะ...อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้จนกว่าจะได้พิสูจน์  ไอ้พวกจิตไม่ปกติมีมาก... ดูภายนอกเหมือนคนทั่วไป แต่ภายใน.. มันขึ้นอยู่กับว่าอาการจะแผลงฤทธิ์ออกมาตอนไหนก็แค่นั้นเอง

 

 

ปากกา ถูกเก็บลงกระเป๋าสีเข้มเป็นทางการ  ตามมาด้วยชาร์ตประวัติเป็นอันสุดท้าย  ก่อนที่จะรูดซิปปิดกั้นแสงสว่างกับภายในกระเป๋าอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

...โรคุโด มุคุโร่

 

 

 

 

 

 

ภาย ในห้องสอบสวนมีเพียงโต๊ะหนึ่งตัวและเก้าอี้อีกสอง กระจกกั้นกลางที่มีช่องเล็กๆเพื่อให้เสียงลอดหากันได้อีกหน่อย  ทั้งห้องถูกทาด้วยสีขาวสะอาด ไม่เหมือนกับห้องสอบสวนในภาพยนตร์ที่อึมครึมและน่ากลัว

 

 

เขานั่งรอมาได้เกือบห้านาทีแล้ว ระหว่างรอนั้นร่างโปร่งก็ได้หยิบเอาเครื่องอัดเสียงออกมาจากกระเป๋า กดปุ่มเปิดมันแล้ววางไว้บนโต๊ะ

 

 

ไม่ นานประตูอีกฝั่งก็เปิดออก  พร้อมกับร่างสูงๆของชายที่ทั้งสีผมและทรงผมประหลาดเดินก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกุญแจมือ  ด้านหลังมีผู้คุมคอยตามมาด้วยอีกสองคน  ผู้คุมปล่อยให้เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ แล้วจึงแยกย้ายไปคนละมุมห้อง  คอยจับตาดูอย่างระมัดระวัง.

 

 

"สวัสดีครับ คุณตำรวจ" ฝ่ายผู้ต้องหายิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร ราวกับเป็นการทักทายทั่วๆไปที่คนทั่วไปเขาทำกัน

 

 

"สวัสดี.. ฉัน ฮิบาริ เคียวยะ"

 

 

"คุณคงรู้จักผมแล้ว ขอไม่แนะนำตัวก็แล้วกันนะครับ" เขาหัวเราะเบาบาง 

 

 

"งั้นขอเริ่มต้นการสอบสวนเลยก็แล้วกัน... โรคุโด"

 

 

"เรียก ผมมุคุโร่ก็ได้ครับผู้หมวดเคียวยะ" มุคุโร่เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ "จริงจังจังเลยนะครับ... ว่าแต่เราจะเริ่มกันยังไงดีล่ะ?" 

 

 

ฮิบาริถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  "ถามมาก็ตอบไป ง่ายๆ หวังว่านายคงจะให้ความร่วมมือ"

 

 

การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นโดยไม่เสียเวลาแม้สักนาทีเดียว  หากแต่มุคุโร่กลับจ้องมองนายตำรวจด้วยแววตาพราวระยับคล้ายถูกใจ

 

 

"ผู้หมวดดูเด็กมากเลยนะครับเนี่ย อายุถึงยี่สิบรึยัง?"

 

 

ดวงตาสีนิลคมกริบตวัดมอง เจ้าตัวกดเสียงต่ำลง "ฉันถาม นายมีหน้าที่ตอบ...ไม่ใช่ให้มาถามกลับ"

 

 

"ว้า เอาเปรียบกันนี่ ได้ถามอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้น่ะ..."

 

 

"จะมาร้องหาสิทธิอะไรในคุก โรคุโด"

 

 

ร่างสูงหัวเราะ ไม่นึกกลัวสักนิด "ผมก็แค่อยากรู้ แค่อายุไม่น่าเสียหายอะไรนี่ครับ..."

 

 

ฮิบารินิ่งไปก่อนจะตอบอย่างเสียไม่ได้ "ฉันอายุสิบแปด.... ถ้าพอใจแล้วก็นั่งอยู่เฉยๆ ตอบคำถามฉันอย่างเดียว"

 

 

"ว้าว...เด็กมากเลย"  มุคุโร่ผิวปากหวือ  "จบใหม่ไฟแรง"

 

 

"โรคุโด"

 

 

ฮิ บาริรู้สึกฉุนอยู่หน่อยๆ  ท่าทางหมอนี่กำลังจะปั่นหัวเขาเล่นอยู่  ตามหลักจิตวิทยาแล้ว...หากเจอนักโทษแบบนี้ก็ควรเจรจาตอบโต้ด้วยความรัดกุม รอบคอบ  อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือการควบคุมจนเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเห็น  ซึ่งมันจะเป็นผลเสียต่อตนเองในภายหลังแน่นอน

 

 

แถมเจ้าหมอนี่ยังเปลี่ยนตัวผู้สอบสวนไปหลายคนแล้วด้วย...  อย่างต่ำก็ห้าคน

 

 

เงียบไปพักใหญ่ มุคุโร่จึงเอ่ยปากออกมา  "เรื่องคดีน่ะ ผมบอกไว้ก่อนว่าที่ผมทำน่ะผมมีสติครบถ้วน ไม่ได้คุ้มคลั่งหรือบ้า..."

 

 

...คนบ้าก็มักจะคิดว่าตัวเองไม่บ้า  อย่ามาตลกหน่อยเลย...

 

 

"ผู้หมวดไม่เชื่อผมอ่ะ! มองตาก็รู้แล้ว!"

 

 

ฮิบาริถอนหายใจยาวพลางถามคำถามต่อไป ไม่นำพาต่อเสียงประท้วงของพ่อผู้ต้องหาอารมณ์ดีคนนี้  "แรงจูงใจล่ะ..?"

 

 

"ผมแค่กลัวพวกเขาเบื่อ"  เมื่อตอบเสร็จร่างสูงก็พูดต่ออีกเรื่องทันที  "นี่ๆ ผู้หมวดจะเลือกอะไรระหว่างความสงบกับความวุ่นวายเหรอ?"

 

 

ตำรวจหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา  "ไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันจะต้องตอบคำถามนาย"

 

 

"เอาน่า เอาน่า..." เขาหัวเราะเบาๆ เอนหลังลงกับพนักเก้าอี้อีกครั้ง  ท่าทางเหมือนกำลังประเมิน  "แล้วจะเลือกทางไหนดีล่ะครับ?"

 

 

"ไร้สาระ เราเสียเวลามามากแล้ว นายควรจะหุบปากแล้วตอบคำถามต่อไปของฉันสักที..."

 

 

มุคุโร่ร้องเสียงหลง พยายามโบกมือที่ล่ามด้วยกุญแจมือนั่นไปมา "มันไม่ไร้สาระนะครับ คุณไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้น"

 

 

"ถ้าฉันตอบนายจะพูดไหม?"  ร่างโปร่งกอดอก

 

 

ผู้ต้องหายักไหล่สบายๆ "มันขึ้นอยู่กับคำตอบที่คุณเลือก..."

 

 

"อย่ามาเล่นเกมช้อยส์กับฉัน โรคุโด..."

 

 

นาย ตำรวจชักสีหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องดุดัน  ส่วนอีกฝ่ายทำเพียงหัวเราะแผ่วเบา "เปล่า ผมแค่อยากรู้.. คุณแค่ตอบมาคำถามเดียว ผมตอบคุณหมดเลยนะ คุ้มแสนคุ้มแบบนี้ไม่มีอีกแล้วนา..."

 

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะตอบดีไหม  แต่สุดท้ายก็พูดออกไปจนได้

 

 

"ความสงบ"

 

 

 

 

 

ร่าง สูงยิ้ม ไม่นึกแปลกใจแม้แต่น้อย "อยู่กับความเงียบ...ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอครับ?" ปลายเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ  หากแต่ฮิบาริรู้สึกว่าเสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัว...

 

 

"อยู่คนเดียวกับความเงียบงัน มันจะค่อยๆทำให้ความเหงากัดกินใจคุณไปทีละน้อย... จะดีเหรอครับ...?"

 

 

สอง ผู้คุมมองหน้ากันเลิ่กลั่ก.. แม้คนพูดจะมีเพียงหนึ่ง หากแต่ห้องเล็กนั้นกลับสะท้อนคำพูดนั้นไปมาราวกับมีโรคุโด มุคุโร่อยู่นับสิบคน  น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยซ้ำไปมาชวนให้คล้อยตามราวกับถูกปีศาจยื่นข้อเสนอให้

 

 

"คุณชอบอยู่ตัวคนเดียวเหรอ? ชีวิตเดียวดายไร้สีสันแบบนั้น...."

 

 

"ช่าง ฉัน!" ฮิบาริรู้สึกคล้ายจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่  เขาโดนเจ้าหมอนี่ปั่นหัวมามากจนเกินไปแล้ว  คิดพลางหันไปพยักหน้ากับผู้คุมทั้งสองให้พาตัวผู้ต้องหาออกไป  มุคุโร่พูดแกมหัวเราะพลางยกมือกัน "ผมเดินเองได้ ไม่เป็นไร..."

 

 

ร่างสูงผินหน้ากลับมาหานายตำรวจหนุ่ม  "วันนี้ผู้หมวดอาจจะยังชอบที่จะอยู่กับความสงบ แต่หากวันไหนที่เบื่อก็ขอให้บอกนะครับ...

 

 

 

ผมจะช่วยคุณเอง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไอ้เวรนั่น

 

 

ฮิ บาริไขกุญแจเข้าไปในบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  ดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงไปอย่างแรง  มือเรียวคว้าปากกาที่วางอยู่ เคาะลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังหลายครั้งเหมือนระบายอารมณ์โมโหไปในตัว สองมือยกขึ้นกอดอก มองไปที่แฟ้มอย่างขุ่นเคือง

 

 

การ สอบสวนวันนี้มีแต่เรื่องไร้สาระ  ไม่เห็นจะเอามาใช้ในคดีได้เลยสักนิด  แล้วยิ่งถ้าส่งข้อมูลพวกนี้ให้นักจิตวิทยาที่ดูแลไอ้นักโทษหัวสับปะรดนั่นก็ อาจจะถูกลงความเห็นว่าป่วยทางจิตจนต้องส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลบ้า  แบบนั้นก็หลุดคดีกันพอดี

 

 

เขายอมไม่ได้เด็ดขาด 

 

 

ไอ้ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นภัยต่อสังคม  เขาจะปล่อยให้มันออกมาเดินเล่นไม่ได้

 

 

คิด อยู่เพลินๆ พลันปากกาในมือก็ชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาที่ฝาผนัง  ร่างโปร่งนิ่งค้างไปชั่วครู่ก่อนจะส่ายหัวให้กับความฟุ้งซ่านของตัวเอง  หากแต่นิ่งงันไปสักพักก็กลับไปยินเสียงเข็มนาฬิกาขึ้นอีก ซึ่งดูเหมือนว่าเสียงจะดังกว่าเดิมเสียด้วย

 

 

ปกติเขานั้นรักสงบและสันโดษยิ่งกว่าใคร แต่วันนี้ความสงบนั้นกลับทำร้ายตัวเขาเสียเอง

 

 

"ใคร!!" ฮิบาริตวาดกร้าว ปากกาในมือพุ่งไปกระทบผนังห้องอย่างแรงเมื่อรู้สึกถึงเงาดำเบื้องหลัง  ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างอย่างตระหนกชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆกลับสู่สภาพปกติเมื่อพบ ว่าทุกอย่างปกติดี

 

 

ท่าทางจะหลอนไปเอง

 

 

นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจ ขยี้เรือนผมของ