[EWAW] Ho Chi Minh City

posted on 15 Aug 2013 19:40 by prehistoric-girl in EWAW
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia
 
เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 

  อำนาจมันไม่จีรัง ...ยิ่งสูงเท่าไหร่  เวลาตกมาก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น” 

 

  

 
 
(รูปใหญ๊ใหญ่ : http://www.picdee.com/image/lZk )

 

 

ชื่อเมือง :  นครโฮจิมินห์  [ชื่อเดิม : ไซ่ง่อน]

ประเทศ : เวียดนาม

ทวีป : เอเชีย

ชื่อมนุษย์ :  เหงียน ฟาน มินห์  [Nguyen Phan Minh]

อายุ : 16

เพศ : ชาย

สีผม : สีน้ำตาลเข้ม

สีตา : สีน้ำตาลเข้ม

ส่วนสูง : 177 cm.

น้ำหนัก :  63 kg.

ภาษา : เวียดนาม[ภาษาราชการ]  เขมร  ฝรั่งเศส  อังกฤษ[ใช้กันแพร่หลายในเมือง] 

แผนการเรียน :  ศิลป์

 

 

ลักษณะเมือง 

 

 เมืองท่าริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ตั้งอยู่บนสันดอนของแม่น้ำโขง ห่างจากทะเลจีนใต้ไปทางทิศเหนือ 40 กิโลเมตร มีพื้นที่กว่า2,000 ตารางกิโลเมตร ตัวเมืองแบ่งออกเป็น 12 เขตเมือง และ 6 เขตชนบท มีผังเมืองเป็นเครือข่ายแบบใยแมงมุม  ซึ่งพวกฝรั่งเศสได้มาจัดการระบบตั้งแต่ยุคอาณานิคม  ภายหลังสงครามโลกสิ้นสุดลง ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และเอเชีย ได้ให้ความช่วยเหลือทาวเศรษฐกิจ จนกระทั่งโฮจิมินห์เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากจำนวนของโรงแรมและภัตตาคารใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ใจกลางเมือง รวมทั้งถนนหนทางที่คลาคล่ำไปด้วยธุรกิจการค้า

 

 

(จัตุรัสโฮจิมินห์  ด้านหลังคือศาลาว่าการนครโฮจิมินห์)

 


(ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์ยามค่ำคืน)

 

ประวัติเมือง 

ซินจ่าวครับ...นี่ผมฟานมินห์เองนะ  (ยิ้ม) วันนี้ผมจะมาเล่าประวัติตัวเองให้ฟัง  หวังว่าพวกคุณคงจะไม่เบื่อมันซะก่อนน่ะนะ

 

คือว่าสมัยก่อนเนี่ย  ตั้งแต่แรกเริ่มเลย...ผมเป็นแค่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในปกครองของคุณกัมพูชา  ชื่อว่าเปยนคร  แปลว่าบ้านป่า

นั่นแหละ...ผมคิดว่าเขาคือพ่อของผม...

ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่สิบเจ็ด  ในช่วงต้นของการล่าอาณานิคม...  ผมได้มาอยู่กับทางเวียดนามครับ  เพราะว่าช่วงนั้นกษัตริย์กัมพูชาอ่อนแอ  ก็แหงล่ะ  โดนทั้งไทยทั้งเวียดนามตีขนาบขนาดนั้น...  แล้วในช่วงนี้ผมก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นไซ่ง่อน ซึ่งแปลได้ว่าเมืองต้นนุ่น

ผมเปลี่ยนหลายชื่อครับ.

แต่พอผมมาอยู่ทางเวียดนามนี่ก็ทำเอาฝั่งกัมพูชาลำบากไปมากโขอยู่  เพราะเมื่อก่อนผมสำคัญกับเขามากนะ  แต่พอผมไม่อยู่เขาก็ต้องพึ่งทางอ่าวไทยสถานเดียว   นั่นยิ่งทำให้ทางกัมพูชายิ่งอ่อนแอหนักเข้าไปอีก

ในปี1698  หลังจากที่ทางเวียดนามดึงตัวผมมาสำเร็จแล้ว  ทางกษัตริย์เหงียนก็เล็งเห็นว่าผมควรจะมีอะไรไว้ป้องกันตัวบ้าง  เอาเข้าจริงก็แค่กลัวว่าจะมีพวกเขมรหรือพวกฝรั่งมาเอาตัวผมไปก็แค่นั้นล่ะ  บ้าจริงเชียว..  เขาสร้างป้อมปราการอยู่ริมแม่น้ำไซ่ง่อน  ใหญ่มากเชียวล่ะ  แล้วก็ตั้งชื่อให้ว่าป้อมปราการยาเดิ่น  หรือจะเรียกว่าปราการแห่งไซ่ง่อนก็ได้นะคุณ  แต่น่าเสียดายที่ถูกพวกฝรั่งเศสทำลายตอนที่ล่าอาณานิคม

ต่อมาในปี1859   ทั้งประเทศเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสไปเรียบร้อยแล้ว...  คือว่าเวียดนามเนี่ยจะถูกแบ่งเป็นสามส่วนเพื่อให้ยากต่อการรวมตัวครับ  อย่างตอนเหนือมีชื่อว่าตังเกี๋ย  เป็นดินแดนในอารักขา  ตอนกลางคืออันนัม  เป็นดินแดนกึ่งอารักขากึ่งอาณานิคม  ส่วนผม...อยู่ในส่วนใต้สุดที่เรียกว่าอินโดจีน  เป็นดินแดนในอาณานิคมครับ

แต่เหมือนคุณฝรั่งเศสจะให้ความเอ็นดูกับผมมากกว่าใครในแถบนี้พิกลอยู่... เพราะนอกจากจะมาช่วยปรับผังเมืองให้แล้วยังคอยสร้างนู่นนี่นั่นที่เป็นสไตล์ตะวันตกให้  แถมยังเอาวัฒนธรรมอื่นมาเผยแพร่ให้ด้วย  แถมยังให้ผมเป็นเมืองหลวงของอาณานิคมอินโดจีนของฝรั่งเศสอีกด้วย  ต่างจากคนอื่นที่ต้องเกณฑ์คนมาใช้แรงงานที่บ้านผม... รู้สึกเหมือนโดนหมั่นไส้อยู่นะ (ยิ้มแห้งๆ)

ว่ากันว่าคนฝรั่งเศสในเมืองผมตอนนั้นน่ะมีมากถึงหนึ่งในสิบของประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว

ต่อมาเมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สอง... ตามสนธิสัญญาเจนีวาแล้วเวียดนามก็ต้องแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วน  ซึ่งก็คือเวียดนามเหนือและใต้  ซึ่งก็ไม่ได้รวมตัวกันสักที  เนื่องจากเรามีอุดมการณ์ต่างกัน  เวียดนามเหนือมีฮานอยเป็นเมืองหลวงครับ  ส่วนเวียดนามใต้ก็มีผมเป็นเมืองหลวง...แต่ก็ได้เป็นเพราะว่ากษัตริย์เบ่าได๋ย้ายเมืองหลวงจากเว้ครับ...

แต่ไม่ทันไร  องค์กษัตริย์ก็ถูกเด้งลงจากบัลลังก์แล้วก็ต้องหลบไปอยู่ฝรั่งเศสพร้อมกับพระนางนามเฟือง  พระมเหสีเพราะว่าโงดินห์เตี๋ยมยึดอำนาจครับ  คือว่าลุงเตี๋ยมเนี่ยเคยเป็นนายกรัฐมนตรี  แต่ต่อมาตัวเองก็เถลิงอำนาจขึ้นเป็นประธานาธิบดี   ซึ่งมันส่งผลเสียต่อผม..อย่าง-มาก 

เพราะเขาเป็นคริสตังไงครับ  เขาไม่ต้องการให้คนศาสนาอื่นเข้ามาอยู่ในเวียดนามใต้...บีบคั้นชาวพุทธต่างต่างนานา 

แต่ขอโทษทีนะครับ...ไม่มีทางซะล่ะ

เขาถูกชาวไซ่ง่อนรุมฆ่าที่เจอะเลินหรือไชน่าทาวน์ในบ้านของผมเอง   ในขณะที่ภายในบ้านเป็นแบบนี้  ภายนอกเองก็เจอศึกหนัก เนื่องจากคนทางเหนือนั้นต้องการจะรวมประเทศ...แต่อเมริกาไม่ยอม...  พวกเขาก็ตีกันในบ้านของผมเนี่ยแหละ  ปะทะกันซึ่งหน้าบ้างลอบฆ่าบ้าง  จนเรื่องมันมาใกล้จุดสิ้นสุดในช่วงที่ทางเวียดกงวางระเบิดทั่วสี่มุมเมืองไซ่ง่อนในวันตรุษญวน  ไร้มารยาทจริงๆ...

ซึ่งต่อมาพวกเขาก็ยึดดินแดนเวียดนามใต้ทั้งหมดคืนมาได้  และเปลี่ยนให้ทุกคนเป็นคอมมิวนิสต์  คนที่ทนไม่ได้ก็หลบหนีไป  พี่น้องของผมทุกคนบาดเจ็บหนัก...และผมเองก็เช่นกัน   พวกคอมมิวนิสต์ตัดสินใจตัดขาดผมออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง และเปลี่ยนชื่อผมเพื่อเป็นเกียรติแก่ลุงโฮ  หรือโฮจิมินห์อย่างที่พวกคุณเรียกกันนั่นแหละ

จนเมื่อเปิดประเทศ  ผมถึงจะได้ค้าขายอีกครั้งหนึ่ง...และก็กลายเป็นเมืองท่าและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม  มีเงินแพร่สะพัดจากการค้าในประเทศและจากพวกเวียดเกี่ยวหรือพวกผู้อพยพที่ส่งเงินกลับมาให้ญาติที่ยังคงอยู่ในโฮจิมินห์.

เอาเป็นว่า... พวกคุณก็คงรู้กันแจ่มแจ้งแล้วนะครับว่าตัวผมน่ะ  การค้ากับการรบมันอยู่ในสายเลือด  (ยิ้ม)  ฉายาที่ผมได้รับถ้าไม่ใช่ไข่มุกตะวันออกไกลก็คือเมืองแห่งการรบเนี่ยแหละ

 

(ที่ทำการไปรษณีย์โฮจิมินห์)

 

(ไซ่ง่อนโอเปร่าเฮ้าส์)

(โบสถ์โนเตรอดามแห่งไซ่ง่อน)

 

 

นิสัยและอื่นๆ                            

  • เป็นผู้ชายที่ทะเยอทะยาน  ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าเห็นแก่ตัว
  • มีรสนิยมสูงและออกจะเจ้าชู้นิดๆ  เนื่องจากถูกฝรั่งเศสสอนมาตั้งแต่เด็ก
  • มีความอดทนอยู่ในระดับดีเนื่องจากผ่านสงครามและความยากลำบากมามาก  แต่ก็ยังดีไม่พอเมื่อเทียบกับพวกทางเหนือ
  • ชาตินิยม  แต่เกลียดคอมมิวนิสต์...ทั้งๆที่ตัวเองก็ดูจะเผด็จการอยู่นิดๆเช่นกัน
  • โรแมนติกมาก  ชอบให้ดอกไม้ในโอกาสสำคัญๆ  ก็เพราะว่าเขาน่ะได้ชื่อว่าโรแมนติกเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียและเป็นอันดับสิบของโลกเชียวนะ
  • พูดจาหวานหู  ฉลาดแบบนักการทูต  ช่างพูดและช่างเจรจา  กล้าแสดงออก  เปิดเผย  เป็นกันเองอย่างชาวเวียดนามทั่วไป
  • มีความคล่องตัวสูงและตัดสินใจรวดเร็ว  แต่บางทีก็เปลี่ยนใจง่ายอยู่เหมือนกัน
  • เป็นคนอารมณ์แรง  ตอนอารมณ์ดีๆก็น่ารักอยู่  แต่พอเกิดอารมณ์นิ่งๆ เครียดๆ แมนๆก็ไม่ค่อยน่าเข้าใกล้สักเท่าไหร่
  • พูดได้หลายภาษามาก  สำเนียงเวียดนามนั้นน่ารัก
  • เรื่องศาสนาอย่ามาบังคับกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเกลียดศาสนาอื่นหรอกนะ  ใครจะนับถืออะไรตามสบายเลย  แต่อย่าหมิ่นศาสนาอื่นก็แค่นั้น
  • รักต้นไม้มาก  ที่บ้านน่ะ  ต้นไม้ในการดูแลของใครตาย  คนๆนั้นถึงกับต้องขึ้นศาลและอธิบายเหตุผลเชียว  เขาไม่ยอม  ดราม่าบ้านแตกกันเลยทีเดียว
  • ทำอาหารอร่อยและทำได้หลายชาติด้วย  เนื่องจากมีคนต่างชาติเทียวไปเทียวมาอยู่บ่อยๆ  ทำให้เขาซึมซับเข้าไปแบบไม่รู้ตัว
  • เป็นเมืองที่มีความเป็นยุโรปสูงพอๆกับมะนิลา
  • บางทีก็นึกถึงอดีต  เห็นเขายิ้มเศร้าๆ อย่าแปลกใจ
  • เก่งชีวะ  ที่บ้านมีสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์แห่งแรกของเอเชียอาคเนย์  อ้อ...เขาเก่งในด้านเซรุ่มและวัคซีนด้วย  แต่เขาไม่ชอบเรียนสายวิทย์เนื่องจากเขาเกลียดเคมี
  • เป็นคนติสต์ๆ  มีสีสันและเอกลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างชัดเจน
  • ถ้าเรียกไซ่ง่อนนี่คือหันเลย  และจะดีใจมากถ้าใครเรียกแบบนั้น
  • เห็นไข่มุกตรงข้อมือนั่นมั๊ย?  มันคือสิ่งที่ยืนยันฉายาของเขายังไงล่ะ  -- "ไข่มุกตะวันออกไกล"
  • มีแผลเป็นใหญ่มากอยู่ลากยาวตั้งแต่กลางอกตัดผ่านหัวใจ โดยแผลนี้ทะลุหลัง

 

 

 

ความสัมพันธ์                            

  • เวียดนาม  :  เขาจะเรียกเวียดนามว่าป้าไม่ก็เจ้านาย  อีกทั้งเวียดนามค่อนข้างตามใจโฮจิมินห์อยู่พอสมควรเลยล่ะ  ก็เศรษฐกิจภาพรวมในประเทศน่ะมันขึ้นอยู่กับเขาทั้งหมดเลยนี่นา  แต่เวียดนามจะค่อนข้างขัดใจเมื่อเวลาที่มีพวกเสรีนิยมในบ้านเขาออกมาต่อต้านรัฐบาล

  • อเมริกา  :  แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอเมริกาในช่วงหลังสงครามนั้นไม่ค่อยจะดีนัก  เพราะว่าทหารที่อเมริกาส่งเข้ามาในบ้านเขานั้นเป็นต้นเหตุของเด็กๆลูกครึ่งที่เรียกว่าบุยดอย  ซึ่งเมื่อรวมๆแล้วทั้งบรรดาเมียเช่าทั้งหลายและบุยดอยในเมืองนั้นมีจำนวนมากกว่าแสนคนเลยทีเดียว  แต่เมื่อเปิดประเทศแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอเมริกาจึงค่อยๆดีขึ้น

  • รัสเซีย  :  เขาไม่เคยชื่นชมรัสเซียอย่างที่เมืองของเวียดนามตอนบน  แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกลียดขี้หน้า...เขาแค่ไม่ชอบอุดมการณ์สุดโต่งของรัสเซียที่ทำให้เกิดสงครามเย็นกับอเมริกา  เพราะมันทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักและทำให้เขาเจ็บปางตาย  แต่ก็นั่นแหละ  ตอนนี้เฉยๆแล้ว

  • เมืองของเวียดนามตอนบน  :  เขารู้สึกว่าเมืองทางเหนือที่เป็นคอมมิวนิสต์นั้นชังน้ำหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน  เนื่องจากเขานี่แหละเสรีตัวพ่อ  แถมยังชอบทำอะไรตามใจตัวเองอยู่บ่อยๆ  ในความรู้สึกของโฮจิมินห์แล้วเมืองพวกนี้ค่อนข้างเย็นชากับเขานะ

  • เมืองของเวียดนามตอนล่าง  :  เขารักบุคคลที่อยู่ในกลุ่มนี้มาก  เนื่องจากเป็นบุคคลที่คอยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เขาเกิด  พวกเขาเหล่านั้นช่วยโฮจิมินห์ในการทำมาหากิน  ทั้งยังมีเชื้อเสรีเช่นเดียวกับเขา  ในสายตาของเขาแล้วเมืองพวกนี้น่ารักมากๆเลยนะ

  • ฮานอย  :  #ต้องจัดมาอยู่เป็นบริเวณพิเศษเลยเชียวรึ...   ฮานอย  คู่กัดตลอดกาลของโฮจิมินห์  ถึงเขาจะเด็กกว่ามากก็เถอะ  แต่สองคนนี้ชอบแง่งและจิกกัดใส่กันบ่อยๆ  เขารู้สึกหมั่นไส้พี่คนนี้เป็นพิเศษ  แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธความเก่งกาจแบบหาตัวจับได้ยากของคนคนนี้เช่นกัน  ประโยคที่เขาชอบพูดใส่ฮานอยบ่อยๆก็คือ  “หัดทำตัวให้สะอาดๆบ้างสิ...”  เพราะว่าโฮจิมินห์สะอาดกว่าฮานอยมากนั่นเอง

  • เมืองมิตรภาพและเมืองพี่น้อง  :  เขาค่อนข้างชมชอบเมืองเหล่านี้อยู่พอสมควร  ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งนั่นแหละ...

เมืองมิตรภาพและเมืองพี่น้องของโฮจิมินห์มีดังนี้...

-Shanghai, People's Republic of China

-Manila, Philippines

-San Francisco, USA

-Osaka, Japan

-Busan, Republic of Korea

-Guangzhou, People's Republic of China

-Lyon, France

-Shenyang, People's Republic of China

-Sverdlovsk Oblast, Russia

-Champasak Province, Laos

-Vientiane, Laos

-Rhone-Alpes (region), France

-Phnom Penh, Cambodia

-Moscow, Russia

-Toronto, Canada

-Geneva, Switzerland

-Yokohama, Japan

-Hyogo Prefecture, Japan

-Guangdong, People's Republic of China

-Minsk, Belarus

-Vladivostok, Russia

-Barcelona, Spain

-Seville, Spain

-Johannesburg, Republic of South Africa

-Tabriz, Islamic Republic of Iran

 

ภาพหน้าตรง  :  http://www.picdee.com/IbE

 

 

 

 

 

Twitter  :  @EWAW_Saigon

 

 

 

 

 

ที่มา  ::  หนังสือ 100 Cities of the world

            หนังสือ  ไซ่ง่อนซ่อนรูป

            หนังสือ  โฮจิมินห์  คู่มือเที่ยวเวียดนามใต้ฉบับพกพา

            http://en.wikipedia.org/wiki/Ho_Chi_Minh_City

            saigonbeauty.org

            http://www.lonelyplanet.com/vietnam/ho-chi-minh-city
 

edit @ 18 Aug 2013 21:29:02 by สาวสวยดึกดำบรรพ์

edit @ 10 Oct 2013 23:17:54 by สาวสวยดึกดำบรรพ์

edit @ 7 Jul 2014 07:50:07 by สาวสวยดึกดำบรรพ์

Comment

Comment:

Tweet